Why Do Critical Infrastructure

and Data Centers Need Protection from the Lightning Threat?

ทำไมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและดาต้าเซ็นเตอร์จึงต้องได้รับการป้องกันจากภัยฟ้าผ่า?

ดาต้าเซ็นเตอร์ คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัล ทำหน้าที่จัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลมหาศาลที่ขับเคลื่อนสังคมและธุรกิจยุคใหม่ด้วยระบบโครงข่ายที่ซับซ้อน และสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง จึงมีความเสี่ยงสูงต่อผลกระทบจากฟ้าผ่า

ภัยฟ้าผ่าไม่ได้ส่งผลเพียงการหยุดชะงักของระบบในระยะสั้น แต่ยังกระทบต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ความเชื่อมั่นของลูกค้า และประสิทธิภาพ การดำเนินงานโดยรวมในระยะยาว

Kumwell นำเสนอโซลูชั่นระบบป้องกันฟ้าผ่าและแรงดันไฟฟ้าเกิน พร้อมระบบบริหารจัดการฟ้าผ่าอัจฉริยะ และนวัตกรรมตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ด้วยสายใยแก้วนำแสงเพื่อการปกป้องอย่างครบวงจรตั้งแต่โครงสร้างอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร ไปจนถึงอุปกรณ์ IT สำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงของ Downtime เพิ่ม Reliability และ Uptime ของระบบ เสริมความมั่นคง และรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีระบบป้องกันฟ้าผ่า

  • ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การหยุดชะงักแม้เพียงไม่กี่นาทีอาจสร้างความเสียหายมหาศาล
  • ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ IT มีความไวต่อแรงดันไฟฟ้าผิดปกติจากฟ้าผ่า และแรงดันเกิน
  • ความเสียหายไม่ได้กระทบแค่ฮาร์ดแวร์ แต่ส่งผลต่อข้อมูล การให้บริการ และชื่อเสียงองค์กร
  • การลงทุนด้านการป้องกัน ช่วยลดความเสี่ยง Downtime และต้นทุนความเสียหายระยะยาว

ผลกระทบจากฟ้าผ่าต่อดาต้าเซ็นเตอร์

  • การหยุดชะงักของระบบ และการให้บริการ
  • ความเสียหายต่ออุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า
  • การสูญหายของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของบุคลากร และสถานที่

โซลูชันระบบป้องกันฟ้าผ่า เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ของดาต้าเซ็นเตอร์จากภัยฟ้าผ่า

  • การประเมินความเสี่ยงจากฟ้าผ่า
  • ระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอกอาคาร
  • มาตรการป้องกันแรงดันไฟฟ้าเกินภายในระบบ
  • การต่อลงดินและการประสานศักย์
  • การบำรุงรักษาและการตรวจสอบระบบ

Lightning Protection Solutions

เพื่อความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์

โซลูชั่นระบบป้องกันฟ้าผ่าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต้องออกแบบแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งการป้องกันภายนอกอาคาร การป้องกันภายในระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ตลอดจนการเฝ้าระวังและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยในทุกสภาวะ

การประเมินความเสี่ยงจากฟ้าผ่า

(Lightning Risk Assessment)

  • เพื่อเลือกวิธี และระดับการป้องกันฟ้าผ่าที่เหมาะสมตามความเสี่ยงจริงของอาคาร และระบบ

ระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก

(External Lightning Protection)

ออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก เพื่อป้องกันฟ้าผ่าโดยตรง ลดการเกิด Flashover และจำกัดกระแสฟ้าผ่าไม่ให้เข้าสู่ระบบภายในอาคาร

  • ระบบตัวนำล่อฟ้า
  • ระบบตัวนำลงดินใช้สายหุ้มฉนวนชนิดพิเศษ (KHV Cable) เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการ Flash/Spark
  • ระบบรากสายดิน

การต่อลงดินและการประสานศักย์

(Grounding and Bonding Network)

ระบบรากสายดินสำหรับกระจายกระแสฟ้าผ่าลงดิน ด้วยอิมพีแดนซ์ที่ต่ำ ลดความต่างศักย์และสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ที่เป็นอันตราย เพื่อปกป้องระบบ IT และ Server ที่มีความอ่อนไหวสูง

  • ระบบกราวด์รวม (Common Earthing System) สำหรับระบบฟ้าผ่า ไฟฟ้า IT และสื่อสาร
  • ใช้วัสดุที่ทนการกัดกร่อนและรองรับกระแสฟ้าผ่าได้
  • จัดทำระบบ Equipotential Bonding แบบโครงข่าย ร่วมกับเหล็กเสริมโครงสร้าง
  • ติดตั้งตาข่ายประสานเสริม Signal Reference Ground Grid (SRG) เพื่อลดสัญญาณรบกวน
  • จัดทำระบบ Shielding เพื่อลดผลกระทบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

อุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน

(Surge Protection Devices)

  • ป้องกันแรงดันไฟฟ้าเกิน ครอบคลุมระบบหลักทั้ง AC, DC และ Data/Signal Line
  • ลดพลังงาน Surge ลงตามลำดับ
  • ปกป้องอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบการจัดการป้องกันฟ้าผ่าอัจฉริยะ

Smart Lightning Management System (SLMS)

ลดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบ IT ป้องกัน Downtime และการไม่เป็นไปตาม SLA สนับสนุน Predictive / Proactive Maintenance และเพิ่มความมั่นคงของระบบ (Reliability & Uptime)

  • มอนิเตอร์และจัดการระบบ Lightning Protection, Grounding และ SPD แบบ Real-time
  • แจ้งเตือนสถานะ และแจ้งเตือนความผิดปกติ แบบ Real-time

ระบบตรวจวัดอุณหภูมิ

(K-DTS – Distributed Temperature Sensing)

ติดตั้งสายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) เพื่อตรวจจับ Hot Spot ตรวจวัดอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ระบุตำแหน่ง และป้องกันความร้อนผิดปกติในระบบ

  • ป้องกันความร้อนผิดปกติในสายไฟ ห้องไฟฟ้า Busway และ Cable Tray
  • ลดความเสี่ยงไฟฟ้าขัดข้อง
  • เพิ่มความเสถียรและ Uptime
  • Monitor และ Maintenance ได้ตรงจุดและทันท่วงที
  • Management จุดที่มีความร้อนไม่ให้เกิดความเสียหาย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้