การขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน

จากการวิเคราะห์ปัจจัยภายในภายนอก เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท โดยนำประเด็นสำคัญดังกล่าวป้อนเข้าสู่การกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนงานและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของบริษัท เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างสมดุล บริษัทจึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยบูรณาการร่วมกับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน นำแนวทางสากลมากำหนดยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนองค์กรมานานกว่า 10 ปี อันประกอบไปด้วย

" แนวทางที่ 1 ESG Risk - ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน "

E: Environmental

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

S: Social

ความเสี่ยงด้านสังคม

G: Governance

ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลกิจการ

" แนวทางที่ 2 SDGs (Sustainable Development Goals) "

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ จำนวน 17 เป้าหมาย และ 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านสิ่งแวดล้อม (Planet), มิติด้านสังคม (People), มิติด้านเศรษฐกิจ (Prosperity), มิติด้านสันติภาพและสถาบัน (Peace) และมิติด้านหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership) โดยบริษัทสนับสนุนการบรรลุ


เป้าหมายที่ 4



สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต


เป้าหมายที่ 11



ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน


เป้าหมายที่ 13



เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ

" แนวทางที่ 3 CSV (Creating Shared Value)

ร่วมกันสร้างสรรค์คุณค่าความปลอดภัยสู่สังคม "

ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของสังคม ด้วยการสร้างรูปแบบร่วมกันของภาคสังคม และภาคธุรกิจ ในการขับเคลื่อนคุณค่าสู่ภาคสังคม ควบคู่กับการสร้างคุณค่าสู่ภาคธุรกิจ ผ่านพันธสัญญาด้านความยั่งยืน “โครงการ ร่วมกันสร้างสรรค์คุณค่าความปลอดภัยสู่สังคม” (Kumwell CSV-Safety to Society) มานานกว่า 10 ปี ในการส่งมอบความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยง ความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และระบบปฏิบัติการในทุกภาคส่วน ต่อยอดไปสู่ความร่วมมือกับพันธมิตร เครือข่าย และลูกค้า ทำให้บริษัทสามารถขยายผลทางธุรกิจ เพื่อมุ่งสู่ตลาดด้านนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบต่อไปทั้งใน และต่างประเทศ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างสมดุล จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ

การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม ถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทจึงให้ความสำคัญต่อการบริหารกลยุทธ์สื่อสารองค์กร ตั้งแต่สารสนเทศและเทคโนโลยีสื่อสาร รวมทั้งการสื่อสารภายในและภายนอกที่สะท้อนความต้องการ ความคาดหวัง และข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ในรูปแบบที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ เช่น การประชุม การสัมมนา การจัดทำแบบสำรวจ / แบบสอบถาม การสนทนาทางโทรศัพท์ การส่งข้อความผ่านช่องทางออนไลน์ เป็นต้น โดยนำข้อมูลมาสู่การวิเคราะห์และจัดลำดับประเด็นสำคัญ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแนวทางการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียตามกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน จนก่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ โซลูชั่น และโมเดลธุรกิจใหม่ ที่สร้างความพึงพอใจ ความไว้วางใจ ความผูกพันแก่ผู้มีส่วนได้เสียและสนับสนุนองค์กรในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงกำหนดแนวทางในการวิเคราะห์ บริหารจัดการและสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้

การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท และประเมินประเด็นสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้วิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทเพื่อระบุผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอก จากนั้นจึงสำรวจความต้องการ ความคาดหวังและข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ นำประเด็นความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียมาประเมินประเด็นสำคัญในระดับองค์กรและกำหนดกลยุทธ์ แนวทางการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียตามกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งได้มีการทบทวนห่วงโซ่คุณค่าและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียเป็นประจำทุกปี โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทมีห่วงโซ่คุณค่าและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ดังนี้

ห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่

1. กิจกรรมการวิจัยและนวัตกรรม

การวิจัยและสร้างนวัตกรรม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการ ความคาดหวัง และข้อกังวลของลูกค้า คู่ค้า เครือข่ายและสังคม

2. กิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง

การดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง ตั้งแต่วัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป สินค้าสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ ซอฟต์แวร์และบริการ

3. กิจกรรมการผลิตสินค้า และการส่งมอบ

การผลิตสินค้า และการส่งมอบ เริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบระบบผลิต รวมทั้งแปลงสภาพวัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม ตลอดจนการส่งมอบไปยังลูกค้า คู่ค้า โดยเริ่มตั้งแต่การรับ การเก็บรักษาและกระจายสินค้า ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้าง

4. กิจกรรมการตลาดและการขาย

การส่งเสริมการตลาดและการขาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า คู่ค้า ทั้งก่อนและหลังการใช้สินค้า บริการและโซลูชั่น โดยรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ และดำเนินการต่อข้อร้องเรียน นำมาสู่ กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ จนเกิดเป็นโซลูชั่นและธุรกิจใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาด

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัททุกภาคส่วน

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท สามารถจำแนกได้ทั้งหมด 9 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย

คำบ่งชี้

ลูกค้า (Customer)

ผู้ใช้ระบบป้องกันฟ้าผ่า และนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ  เช่น เจ้าของอาคาร, เจ้าของกิจการ, ผู้บริหารกิจการ

คู่ค้า (Business Partner)

ผู้ซื้อระบบป้องกันฟ้าผ่า และนวัตกรรมด้านความปลอดภัย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ เช่น ผู้จัดจำหน่าย, ตัวแทนจำหน่าย, ร้านค้า, ผู้รับเหมา และ/หรือ ลูกค้า

คู่ธุรกิจ (Supplier)

ผู้จัดหาวัตถุดิบ/สินค้า/บริการให้กับบริษัท เช่น ผู้ขายวัตถุดิบ, ผู้ให้บริการ,ผู้รับจ้างช่วง, ผู้รับเหมา

ผู้ลงทุน (Investor)

ผู้ที่นำเงินมาให้บริษัทเป็นทุน เพื่อแสวงหาผลตอบแทน เช่น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย ผู้ถือหุ้นบริษัท

พนักงาน (Employee)

ผู้ปฏิบัติงานและขับเคลื่อนองค์กร

เครือข่าย (Networking)

หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่กำหนดมาตรฐาน กฎระเบียบข้อบังคับด้านผลิตภัณฑ์และบริการทั้งในและต่างประเทศ เช่น สมอ., วสท., สภาวิศวกร, กสทช., IEC, IEEE, UL

ชุมชน (Community)

ผู้อยู่อาศัยรอบสถานประกอบการ

สังคม (Social)

เมือง ประเทศ โลก โดยคำนึงถึง

ด้านความยั่งยืน

- แนวทาง ESG Risk,

- แนวทาง SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

- แนวทาง CSV (Creating Shared Value)

หน่วยงานกำกับดูแล (Government Authority)

ผู้ออกกฎระเบียบและติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

การประเมินและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Materiality Analysis)

บริษัทให้ความสำคัญต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งภายในและภายนอก รวมถึงประเด็นความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจากกระบวนการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียข้างต้น บริษัทจึงนำประเด็นทั้ง 2 ด้านมาพิจารณาการกำหนดและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน ตามขั้นตอนดำเนินการดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 : การกำหนดประเด็นสำคัญระดับองค์กร

วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกและภายใน เช่น แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลกและระดับประเทศ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าครอบคลุมทุกกิจกรรมบริษัท ความเสี่ยงขององค์กรและโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น และนำมาพิจารณา กำหนดประเด็นผลกระทบที่บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำคัญ ซึ่งครอบคลุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล อันส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินงานอย่างยั่งยืนของบริษัท

ขั้นตอนที่ 2 : การประเมินและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน

ประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นผลกระทบที่ผู้มีส่วนได้เสียและบริษัทให้ความสำคัญ โดยพิจารณาประเด็นดังกล่าวจากทั้ง 2 มุมมอง คือ มุมมองที่มีความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้เสียและมุมมองที่มีความสำคัญต่อบริษัท จากนั้นนำประเด็นดังกล่าวมาจัดลำดับความสำคัญ

ขั้นตอนที่ 3 : การทบทวนและรับรองผลการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน

พิจารณาทบทวนและรับรองผลการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อยืนยันว่าประเด็นต่างๆ ได้สะท้อนถึงความสำคัญต่อบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล ตลอดจนกำหนดแนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นดังกล่าว เสนอพิจารณาอนุมัติต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรายงานคณะกรรมการบริษัททราบ พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้บริหารแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ โดยบริษัทกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงาน / เป้าหมายของแต่ละประเด็นที่เป็นสาระสำคัญของธุรกิจ เพื่อนำมาสู่การประเมินผลลัพธ์การดำเนินงานทั้งระดับองค์กร ระดับฝ่าย และระดับแผนก อีกทั้งมุ่งมั่นพัฒนาความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเปิดรับข้อเสนอแนะ และความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อปรับปรุงร่วมกับทบทวนนโยบาย กลยุทธ์และเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืนเป็นระยะ โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทบทวนผลและจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความ ดังนี้

การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)

ด้านสังคม (Social)

ด้านการกำกับดูแล (Governance)

โครงการร่วมกันสร้างสรรค์คุณค่าความปลอดภัยสู่สังคม





การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม





การพัฒนาศักยภาพพนักงาน





การวิจัยและสร้างนวัตกรรม





การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า คู่ค้า และเครือข่าย





การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการที่ดี





การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (ด้านจัดซื้อจัดจ้าง)









สิทธิมนุษยชน





เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ