การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปอยู่ในกระบวนการประเมินความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบในขั้นตอนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เช่น การบ่งชี้และประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการประเมินอันตรายและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ตามมาตรฐาน ISO ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังอยู่ในกระบวนการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมภายใน (Internal Control) ของทุกกิจกรรมในองค์กร ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ความคาดหวังที่นำมาสู่การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงประสิทธิภาพของมาตรการบรรเทาผลกระทบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การตรวจประเมินจากคู่ค้าและลูกค้า, ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน, การรับฟังเสียงลูกค้า, คู่ค้า, คู่ธุรกิจ เป็นต้น

ความเสี่ยงทั้งหมดจะถูกบริหารจัดการโดยคณะทำงานบริหารความเสี่ยง / คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติด้านแรงงาน เสนออนุมัติแผนประเมินประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนภายในและตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมรวบรวม วิเคราะห์และกำหนดมาตรการ แนวทางการบริหารจัดการเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง รวมถึงรายงานความก้าวหน้าต่อผู้บริหารในแต่ละสายงานเป็นระยะ

เกณฑ์การประเมินความเสี่ยง

บริษัทได้กำหนดระดับโอกาสในการเกิดเหตุการณ์ต่างๆ (Likelihood) ไว้ 5 ระดับดังนี้

ระดับ

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

1

น้อยมาก

ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นเลยใน 1 ปี

2

น้อย

เกิดขึ้น 1 ครั้ง/ปี สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้

3

ปานกลาง

เกิดเหตุการณ์ขึ้นน้อยมากแต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น 2 ครั้ง/ปีสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้

4

สูง

เกิดเหตุการณ์ขึ้นเป็นครั้งคราวแต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น 3 ครั้ง/ปี และไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ย

5

สูงมาก

เกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายครั้งต่อปี หรือเกิดขึ้นมากกว่า 3 ครั้ง/ปี และไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้

และกำหนดระดับความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดจากความเสี่ยง (Impact) ไว้ 5 ระดับ คือ น้อยมาก, น้อย, ปานกลาง, สูง และสูงมาก ซึ่งมี 4 ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือ สิทธิพนักงาน, สิทธิลูกค้า/คู่ค้า/คู่ธุรกิจ, สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละระดับความรุนแรงจะต้องเป็นไปตามลักษณะที่มีความเกี่ยวข้องในกระบวนการทำงานหลักที่อาจเกิดขึ้นประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือหลายประเด็นรวมกัน โดยเลือกเอาประเด็นที่มีระดับความรุนแรงที่สูงสุดจากเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

ประเด็นด้านพนักงาน

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

ระดับ

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

1

น้อยมาก

  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
  • การบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยของพนักงานในระดับเล็กน้อยไม่ต้องหยุดงาน

2

น้อย

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 1-2 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือเกิดจากข้อมูลส่วนตัวของพนักงานรั่วไหล
  • การบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยของพนักงานต้องหยุดงานไม่เกิน 7 วัน

3

ปานกลาง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 3-4 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวของพนักงานรั่วไหล
  • การบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยของพนักงานที่หยุดงานเกิน 7 วัน

4

สูง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 5-6 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวของพนักงานรั่วไหล
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อต่างๆ
  • การบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยของพนักงานในระดับรุนแรงมีการหยุดงานเกิน 7 วัน หรือสูญเสียอวัยวะ, กระดูกแตกหัก, ได้รับบาดเจ็บหลายส่วน

5

สูงมาก

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบมากกว่า 6 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวของพนักงานรั่วไหล
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อๆ และบริษัทเกิดความเสียหายเป็นตัวเงิน
  • การบาดเจ็บ หรือ เจ็บป่วยของพนักงานในระดับรุนแรงขั้นสูญเสียชีวิต

ประเด็นด้านสิทธิลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

ระดับ

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

1

น้อยมาก

  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบ
  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
  • ไม่มีผู้เสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยกับลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ

2

น้อย

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 1-2 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยกับลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ

3

ปานกลาง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 3-4 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยกับลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ

4

สูง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 5-6 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยกับลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อต่างๆ

5

สูงมาก

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบมากกว่า 6 ราย ที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ เกิดจากข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล และการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยกับลูกค้า / คู่ค้า / คู่ธุรกิจ
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อต่างๆ และบริษัทเกิดความเสียหายเป็นตัวเงิน

ประเด็นด้านชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

ระดับ

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

1

น้อยมาก

  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมจนเกิดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • ไม่มีผู้เสียหายที่เกิดจากการละเมิดและการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

2

น้อย

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 1-2 ราย ที่เกิดจากการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

3

ปานกลาง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 3-4 ราย ที่เกิดจากการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

4

สูง

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบ 5-6 ราย ที่เกิดจากการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อ

5

สูงมาก

  • มีผู้เสียหายและได้รับผลกระทบมากกว่า 6 ราย ที่เกิดจากการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • เกิดความเสียหายมีการเผยแพร่ข่าวเชิงลบผ่านช่องทางสื่อต่างๆ บริษัทเกิดความเสียหายเป็นตัวเงิน

การจัดลำดับความเสี่ยง

บริษัทดำเนินการประเมินระดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยใช้เกณฑ์ความเป็นไปได้ (Likelihood) และผลกระทบ (Impact Level) ที่จะเกิดขึ้นเพื่อจัดลำดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เป็น 4 ระดับ ดังนี้

การกำหนดระดับความเสี่ยง

คำอธิบาย

ค่าความเสี่ยง

ระดับความเสี่ยง

17-25

สูง

10-16

ปานกลาง

4-9

ยอมรับได้

1-3

ต่ำ

แผนผังประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

Column 2

Column 3

Column

Column

Column 4

ความรุนแรงของผลกระทบ

ความถี่/โอกาสที่จะเกิดขึ้น

Description

Description

Description

Description

Row

น้อยมาก (1)

น้อย (2)

ปานกลาง (3)

สูง (4)

สูงมาก (5)

สูงมาก (5)

5

10

15

20

25

สูง (4)

4

8

12

16

20

ปานกลาง (3)

3

6

9

12

15

น้อย (2)

2

4

6

8

10

น้อยมาก(1)

1

2

3

4

5

บริษัทพิจารณาระดับความรุนแรงจากผลกระทบความเสี่ยงโดยจัดเรียงระดับความเสี่ยงจากต่ำไปสูงและกำหนดแนวทางบริหารจัดการดังนี้

  • ระดับความเสี่ยงต่ำ มีโอกาสและระดับความรุนแรงของเหตุการณ์นั้นๆ ต่ำมาก จนสามารถมองข้ามความสำคัญนั้นได้ ไม่ต้องดำเนินการใดๆ
  • ระดับความเสี่ยงยอมรับได้ ไม่ต้องเพิ่มมาตรการควบคุม แต่ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงให้เพิ่มขึ้นได้ และต้องเฝ้าระวังไม่ให้ระดับความรุนแรงจากผลกระทบความเสี่ยงไม่เพิ่มขึ้นกว่านี้
  • ระดับความเสี่ยงปานกลาง ต้องพยายามลดระดับความเสี่ยง โดยมีมาตรการลดความเสี่ยงภายในเวลาอย่างเหมาะสม และการเฝ้าระวังผลการปฏิบัติในการลดระดับความเสี่ยงเป็นระยะๆ เพื่อให้ระดับความรุนแรงลดน้อยลง ซึ่งอาจพิจารณาหามาตรการป้องกันและควบคุมระดับความเสี่ยง เช่น การจัดทำเอกสาร มาตรการป้องกัน และแนวทางปฏิบัติการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อควบคุมระดับความเสี่ยง
  • ระดับความเสี่ยงสูง ต้องลดความเสี่ยงลงทันที โดยต้องจัดสรรทรัพยากรและมาตรการเฉพาะในการควบคุมความเสี่ยง ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งอาจพิจารณาควบคุมหรือลดความเสี่ยง

ผลการประเมินความเสี่ยงและมาตรการควบคุม บรรเทาความเสี่ยง

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงและตรวจติดตามผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้กับพนักงานเพื่อป้องกันปัญหาและผลกระทบเชิงลบผ่านกิจกรรมของบริษัท โดยปี 2568 มีผลการดำเนินงานดังนี้

เป้าหมาย

การดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน

การละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกรูปแบบเป็นศูนย์

  • การดำเนินงานและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน 100%
  • การดำเนินงานและกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสูงมีมาตรการลดผลกระทบและกระบวนการแก้ไข 100%
  • รายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและเปิดเผยผลการดำเนินงานผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี

ปี 2568 ไม่มีเหตุการณ์ชดเชยหรือการเยียวยาด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่พบประเด็นความเสี่ยงสูงในด้านสิทธิมนุษยชนจากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมของบริษัทและห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท

พร้อมกันนี้ บริษัทมีแนวปฏิบัติและดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ โดยได้กำหนดมาตรการรองรับ ดังนี้

เรื่อง

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน

  • กำหนดนโยบายสิทธิมนุษยชนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดหลักเกณฑ์ ขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้มีการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

สุขภาพความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ลูกค้า/คู่ค้า/คู่ธุรกิจ

  • กำหนดนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการควบคุมและตรวจสอบ

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน/ลูกค้า/คู่ค้า/คู่ธุรกิจ

  • กำหนดนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับลูกค้า คู่ค้า คู่ธุรกิจ และพนักงานเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • อบรมให้ความรู้พนักงานเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

การเลือกปฏิบัติต่อลูกค้า/คู่ค้า/คู่ธุรกิจ

  • กำหนดนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและกระบวนการปฏิบัติด้านจัดซื้อจัดจ้าง
  • กำหนดนโยบายการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า/คู่ค้า/เครือข่ายพันธมิตร

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินการขององค์กร

  • กำหนดนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ
  • กำหนดเป้าหมายและบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้