การประเมินความเสี่ยง ด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย

บริษัทดำเนินการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยงจากกิจกรรมการทำงานในทุกกระบวนการดำเนินงานของบริษัท พร้อมทั้งพิจารณาความรุนแรงและโอกาสในการเกิดเหตุเพื่อจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง โดยดำเนินการทบทวนการประเมินเป็นประจำทุกปีหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน เครื่องจักร เทคโนโลยี หรือเมื่อเกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) เพื่อให้มาตรการควบคุมมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป


เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานที่ทำงานบริษัท บ่งชี้และจัดลำดับความสำคัญของการจัดการความเสี่ยง โดยบูรณาการเข้ากับแผนปฏิบัติการกับเป้าหมายบริษัท เพื่อควบคุมความเสี่ยง สนับสนุนโอกาสที่จะนำไปสู่การพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีกระบวนการ ดังนี้

1). แยกประเภทกิจกรรม และพื้นที่ Head Section / Supervisor

โดยตัวแทนหน่วยงานจัดทำการแยกประเภทรายการงานที่รับผิดชอบ กิจกรรมและพื้นที่ บันทึกผลลงในแบบฟอร์มการแยกประเภทรายงานที่รับผิดชอบ กิจกรรมและพื้นที่

2). ชี้บ่งอันตราย

โดยตัวแทนหน่วยงาน นำรายการแยกประเภทรายงานที่รับผิดชอบ กิจกรรม และพื้นที่ มาพิจารณาชี้บ่งอันตรายแต่ละรายการลงในแบบฟอร์มการบ่งชี้อันตรายและประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

3). ประเมินผลความเสี่ยง

โดยตัวแทนหน่วยงาน นำข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการชี้บ่งอันตรายทั้งหมดมาพิจารณาระดับความเสี่ยง โดยใช้เกณฑ์ความรุนแรงของอันตรายและโอกาสที่เกิดอันตราย บันทึกลงในแบบฟอร์มการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) โดยมีเกณฑ์ประเมินความเสี่ยง ดังนี้

a. ระดับโอกาสที่จะเกิด (Likelihood)

ระดับคะแนน

โอกาสที่จะเกิด

คำอธิบาย

5

สูงมาก

1 เดือนต่อครั้งหรือมากกว่าหรือเมื่อมีโอกาสในการเกิดเกือบทุกครั้ง

4

สูง

1-6 เดือนต่อครั้ง แต่ไม่เกิน 5 ครั้ง หรือเมื่อมีโอกาสในการเกิดค่อนข้างสูงหรือบ่อยๆ

3

ปานกลาง

1 ปีต่อครั้งหรือมีโอกาสเกิดบางครั้ง

2

น้อย

2-3 ปีต่อครั้งหรืออาจมีโอกาสเกิดขึ้นแต่นานๆ ครั้ง

1

น้อยมาก

5 ปีต่อครั้ง

b. ผลกระทบความเสี่ยง (Impact)

ระดับความรุนแรง

ความหมายของระดับ

คำอธิบาย

5

มากที่สุด

  • มีผู้ทุพพลภาพ หรือได้รับอันตรายถึงชีวิต
  • ด้านตัวเงินทรัพย์สินเสียหายมีมูลค่า 100,000 บาทขี้นไป
  • เสียชื่อเสียงระดับประเทศ

4

มาก

  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หยุดงานเกิน 3 วัน ขึ้นไป
  • ทรัพย์สินเสียหายมีมูลค่ามากกว่า 50,000 ถึง 100,000 บาท
  • เสียชื่อเสียงระดับจังหวัด

3

ปานกลาง

  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนมาก ต้องเข้ารับการรักษาในคราวเดียวกันหยุดเกิน 3 วันขึ้นไป
  • ทรัพย์สินเสียหายน้อยมีมูลค่าไม่ถึง 50,000 บาท
  • เสียชื่อเสียงระดับท้องถิ่น/ชุมชน

2

น้อย

  • มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่งผลต่อสุขภาพจำนวนน้อย หยุดงานไม่เกิน 3 วัน
  • ทรัพย์สินเสียหายน้อยมีมูลค่าไม่ถึง 10,000 บาท
  • เสียชื่อเสียงระดับภายในองค์กร

1

น้อยมาก

  • ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจแต่ไม่บาดเจ็บ ไม่มีค่าใช้จ่าย

c. ผลกระทบของโอกาส (Opportunity)

ระดับคะแนน

ผลกระทบความเสี่ยง

คำอธิบาย

5

สูงมาก

  • ด้านตัวเงิน มากกว่า 1,000,000 บาทขึ้นไป
  • นำไปกำหนดกลยุทธ์ขององค์กรได้ทันที
  • ชื่อเสียงหรือได้รับการยกย่องระดับประเทศ

4

สูง

  • ด้านตัวเงิน 100,001 บาท – 1,000,000 บาท
  • นำไปกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร ภายใน 1 ปี
  • ชื่อเสียงหรือได้รับการยกย่องระดับจังหวัด

3

ปานกลาง

  • ด้านตัวเงิน 50,001 – 100,000 บาท
  • นำไปกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร ภายใน 2-3 ปี
  • ชื่อเสียงหรือได้รับการยกย่องระดับท้องถิ่น/ชุมชน

2

น้อย

  • ด้านตัวเงิน 10,000 – 50,000 บาท
  • นำไปกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร ภายใน 4-5 ปี
  • ได้รับการยกย่องภายในระดับองค์กร

1

น้อยมาก

  • ด้านตัวเงินไม่เกิน 10,000 บาท
  • ไม่สามารถนำไปกำหนดเป็นกลยุทธ์องค์กรได้
  • ได้รับการยกย่องภายในระดับแผนก

โดยนำมาคำนวณระดับความเสี่ยง ดังนี้

  • ระดับความเสี่ยง (Risk Exposure) = โอกาสที่จะเกิด x ผลกระทบความเสี่ยง
  • ระดับโอกาส (Opportunity) = โอกาสที่จะเกิด x ผลกระทบของโอกาส

ความเสี่ยงและโอกาสด้านระบบการจัดการอาชีวอนามั และความปลอดภัย พิจารณาตามตารางการจัดระดับความเสี่ยง ดังนี้

d. เกณฑ์ในการยอมรับความเสี่ยง

ระดับคะแนน

ระดับความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

20 - 25

VH : Very High

เป็นระดับที่ยอมรับไม่ได้ จำเป็นต้องจัดการความเสี่ยง ตรวจสอบ ควบคุมอย่างใกล้ชิด หรือลดระดับความเสี่ยงอย่างเร่งด่วนที่สุดโดยการกำหนดเป็นแผนการจัดการ หลีกเลี่ยงกิจกรรมดังกล่าว หากความเสี่ยงนั้นยังไม่ได้รับการจัดการ

10 - 16

H : High

เป็นระดับที่ยอมรับไม่ได้ จำเป็นต้องจัดการความเสี่ยง ตรวจสอบ ควบคุมอย่างใกล้ชิด หรือลดระดับความเสี่ยงอย่างเร่งด่วนที่สุดโดยการกำหนดเป็นแผนการจัดการ

4 - 9

M : Medium

กำหนดเป็นเอกสารในการควบคุมความเสี่ยงของกิจกรรมนั้นๆ

1 - 3

L : Low

ไม่ต้องมีการควบคุมความเสี่ยง แต่ต้องติดตามตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าการควบคุมยังคงมีอยู่

4). นำข้อมูลผลประเมินความเสี่ยงมาดำเนินการบริหารจัดการความเสี่ยง

เหมาะสมในการตอบสนองต่อความเสี่ยง การลงทุน ประโยชน์ที่ได้รับ ตามแนวทางการจัดความเสี่ยง ดังนี้


a. การหลีกเลี่ยง (Avoid) เป็นการดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง มักใช้ในกรณีที่ความเสี่ยงมีความรุนแรงสูง ไม่สามารถหาวิธีการลด/จัดการให้อยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้


b. การร่วมจัดการ (Share) เป็นการร่วมหรือถ่ายโอนความเสี่ยงทั้งหมดหรือบางส่วนไปยังบุคคล/หน่วยงานภายนอกองค์กร ให้ช่วยแบกภาระความเสี่ยงแทน เช่น การใช้บริการจากหน่วยงานภายนอกแทน


c. การลด (Reduce) เป็นการหามาตรการจัดการ เพื่อลดโอกาสการเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงหรือลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เช่น การเตรียมแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan) การสร้างความสามารถ การกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน


d. การยอมรับ (Accept) ความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพื่อลดโอกาสหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีก มักใช้กับความเสี่ยงที่มีต้นทุนของมาตรการจัดการสูงไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้รับ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้